วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ประยุทธ์ห้ามนำผู้ต้องหามาแถลงข่าว แนะใช้รูปภาพ เตือนสื่อไม่ควรสัมภาษณ์


ประยุทธ์กำชับตำรวจห้ามนำผู้ต้องหามาแถลงข่าว ให้ใช้รูปภาพผู้ต้องหาแทน เตือนสื่อไม่ควรสัมภาษณ์ผู้ต้องหา พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคล และองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2560

23 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (23 มิ.ย.60) เวลา 09.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่น ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี พ.ศ. 2560 โดยมี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการป้องกัน  และปราบปรามยาเสพติด เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหาร ผู้แทนส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคธุรกิจเอกชน องค์กรภาคประชาชน และผู้เข้ารับรางวัล
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในงานดังกล่าว ว่า ขอให้ตำรวจปรับรูปแบบการนำผู้ต้องหามานั่งแถลงข่าว โดยไม่ต้องนำผู้ต้องหามาแถลงข่าวโดยตรง อาจจะใช้รูปภาพของผู้ต้องหา มาแถลงข่าวแทน  ก็เพียงพอแล้ว
"ไม่ใช่ให้ออกมาพูดจาเลอะเทอะ ไม่ได้ เพราะว่าเขาเป็นผู้ต้องหา ไม่มีสิทธิพูดอะไรทั้งสิ้น จะพูดก็ต้องพูดในกระบวนการยุติธรรม  ไม่ใช่พูดกับสื่อ แล้วสื่อก็ไม่ต้องไปถามเขา ต้องรับผิดชอบด้วยนะ ผมก็เห็นใจทุกคนอยากได้ข่าว แต่ก็จะทำให้เกิดผลเสีย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 
สำหรับพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กร ผู้ปฏิบัติงานที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งเชิดชูเกียรติผู้เสียชีวิตและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บ โดยในปี พ.ศ. 2560 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 24 มีผู้ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลองค์กร รวมทั้งสิ้น 216 ราย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลองค์กร จำนวน 47 ราย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวชื่นชมแสดงความยินดีกับบุคคลและองค์ที่ได้รับรางวัล ขอให้ผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคนภาคภูมิใจ พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย โดยขอให้ครอบครัวผู้สูญเสียภาคภูมิใจกับความเสียสละในการหน้าที่เพื่อส่วนรวม เพื่อประเทศชาติ พร้อมกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันต่อต้านยาเสพติดโลก” เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และเพื่อเป็นการย้ำเตือนให้ประชาชนคนไทยเกิดความตระหนักว่ายาเสพติดเป็นปัญหาของคนไทยทั้งชาติ ที่ผ่านมาถึงแม้จะมีการปราบปรามยาเสพติด แต่ก็มียังมีการลักลอบผลิต ขนส่งตามพื้นที่ และตามแนวชายแดนต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องพัฒนาปรับรูปแบบการป้องกันและปราบปรามให้ทันต่อกระบวน ยาเสพติด โดยการนำเทคโนโลยี และระบบไอทีเข้ามาช่วยการทำงาน รวมทั้งต้องทำงานในเชิงรุกมากขึ้น
พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวแสดงความกังวลต่อการทำงานปราบปรามขบวนการยาเสพติด โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน โดยเฉพาะการใช้อาวุธในการจับกุม ซึ่งบางครั้งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ใช้อาวุธ จึงขอให้คำนึง และพึงระลึกอยู่เสมอเรื่องความปลอดภัย ทำให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด โดยมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจัดทำหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่ ให้มีความพร้อม  ในการเผชิญเหตุ ใช้กลยุทธ์ในการปิดล้อม และตรวจค้นให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดำเนินการกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด รวมทั้งตั้งเป้าหมายให้เป็นปีแห่งการปราบปรามขบวนยาเสพติดรายใหญ่ เร่งนำคดีเกี่ยวกับยาเสพติด รวมไปถึงการค้ามนุษย์เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ในส่วนของรัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดที่อันตรายร้ายแรงต่อสังคม และเป็นบ่อนทำลายชีวิตของประชาชน โดยในปี พ.ศ. 2560 ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ พร้อมทั้งจัดทำแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้าน/ชุมชนมั่นคงปลอดภัยจากยาเสพติด ซึ่งปัญหาจะแก้ไขไม่ได้ ถ้าสังคมไม่มีความเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาในรูปแบบของประชารัฐ ภาคราชการต้องทำงานตามหน้าที่ ตามกฎหมาย ภาคประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เป็นเครือข่ายให้กับภาครัฐ โดยนายกรัฐมนตรีคาดหวังให้การป้องกัน ปราบปราม ตลอดจนการฟื้นฟูมีประสิทธิผลมากขึ้น ส่วนราชการจะต้องทำงานเชิงรุกอย่างมีเอกภาพและครบวงจร มีการลงพื้นที่ในระดับจังหวัด อำเภอ ชุมชน เพื่อป้องกัน ปราบปราม บำบัดเพื่อสร้างความเข้มแข็งในหมู่บ้านชุมชนทั่วประเทศ สามารถควบคุมดูแลปัญหายาเสพติดทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น