วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปมเที่ยวบินฮาวาย ประวิตรชี้ใช้บินไทยก็เหมือนเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา


พล.อ.ประวิตรยันไม่ได้ไปเที่ยว กินอาหารธรรมดา และไปไม่เต็มลำ ด้าน‘บินไทย’แจง 20 ล.แค่ราคากลาง ใช้’โบอิ้ง’ รุ่นเก่า ปรับนอน 180 องศาไม่ได้ ประยุทธ์ย้ำประวิตรทำประโยชน์เพื่อชาติ ไม่ตั้งสอบ พร้อมย้อนรอย ประยุทธ์สั่งข้าราชการซี 10 นั่งเครื่องบินชั้นประหยัด
คณะพล.อ.ประวิตร ที่ฮาวาย ที่มาภาพ สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
4 ต.ค. 2559 จากที่มีการเผยแพร่ราคากลางจัดซื้อ-จัดจ้าง ประจำปี พ.ศ.2559 ในการจ้างการรับขนคนโดยสารทางอากาศโดยเครื่องบินพาณิชย์ ณ เมืองฮอนโนลูลู มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-2 ต.ค. 2559 โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายรวม 20,953,800 บาท โดยมีค่าอาหารและเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน 600,000 บาท ซึ่งเป็นการเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา อย่างไม่เป็นทางการ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความคุ้มค่า (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) นั้น 
3 ต.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การเดินทางไปฮาวายไม่มีสายการบินที่บินตรง และต้องต่อเครื่องทำให้เสียเวลา ตนเดินทางไปเพียง 3 วัน จึงติดต่อไปยังการบินไทย ซึ่งได้เสนอวิธีการเดินทางและราคาเข้ามา การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ได้เก็บราคาเต็ม ตามวงเงิน ที่มีเอกสารเผยแพร่อยู่ เป็นแค่ราคากลาง และประเมินเท่านั้น โดยหลังจากนี้จะมีการแจ้งยอดใช้จ่ายจริงเข้ามา
"ผมว่าก็ถูกแล้วความโปร่งใสนะ ไม่เป็นไร เขาตั้งใจว่าการใช้เงิน อันนี้เป็นเงินของประชาชนนะ ใช้ก็ต้องมีหน้าที่แจงความชัดเจน แต่ว่าไม่ได้ใช้ทั้งหมด อย่างค่าอาหาร 6 แสน เขาใช้ไม่หมด เพราะว่ามันไม่ไม่เต็มลำ" พล.อ.ประวิตร กล่าว
"การใช้บริการการบินไทยก็เหมือนการช่วยการบินไทย เหมือนเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา เงินหน่วยงานราชการไปช่วยหน่วยงานของรัฐ ดีกว่าไปช่วยคนอื่น" พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
"เราไม่ได้ไปเที่ยวแล้วกัน ลงเครื่องแล้วก็ทำงาน เสร็จแล้วก็ขึ้นเครื่องกลับ" พล.อ.ประวิตร กล่าว พร้อมย้ำด้วยว่า อาหารที่รับประทานนั้นเป็นอาหารไทยธรรมดา เกี๋ยวเตี๋ยว ข้าว ไม่ได้มีอาหาพิเศษมาจากไหน 
 

‘บินไทย’แจง 20 ล.แค่ราคากลาง ใช้’โบอิ้ง’ รุ่นเก่า ปรับนอน 180 องศาไม่ได้

ด้าน อุษณีย์ แสงสิงแก้ว รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจบริการการบิน (ดี1) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กรณี พล.อ.ประวิตร และคณะ เช่าเครื่องบินของการบินไทยประมาณ 20 ล้านบาท เพื่อเดินทางไปมลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ว่า ราคาดังกล่าวเป็นราคากลางที่การบินไทยกำหนดขึ้นมาเท่านั้น โดยเป็นราคาที่เทียบเคียงจากการให้บริการของสายการบินอื่นประกอบด้วย เนื่องจากเป็นเส้นทางที่การบินไทยไม่เคยให้บริการมาก่อน ส่วนราคาที่จ่ายจริงยังต้องพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมต่างๆที่เกิดขึ้นที่สนามบินปลายทาง เมื่อคำนวณออกมาแล้วก็อาจจะถูกกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ก็ได้
 
“ตามระเบียบของการให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำของการบินไทยจะต้องกำหนดราคากลางในใบเสนอราคา โดยคำนวณต้นทุนการให้บริการต่างๆประกอบ แต่เส้นทางดังกล่าว การบินไทยไม่เคยให้บริการ จึงต้องคิดคำนวณเทียบเคียงกับสายการบินอื่นประกอบด้วย แต่ราคาดังกล่าวจะไม่ใช่ราคาที่จะต้องจ่ายจริง” อุษณีย์ กล่าว
 
อุษณีย์กล่าวว่า สำหรับการใช้เครื่องบินโอบิ้ง 747-400 ขนาดจัมโบเจ็ตลำใหญ่ เนื่องจากเป็นเครื่องที่ไม่ได้นำมาใช้งาน เป็นเครื่องว่างที่สามารถบินได้ระยะไกล จึงนำมาบินให้บริการได้ โดยยืนยันว่าการเช่าเหมาลำเครื่องบินของการบินไทย แม้จะมีที่นั่งมากหรือที่นั่งน้อย ราคาค่าเช่าเหมาลำจะไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะจะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
 
“ตอนนี้การบินไทยมีเครื่องบินในระดับเดียวกันที่สามารถบินได้ในระยะไกล คือ โบอิ้ง 777-300 อีอาร์ และโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นดังกล่าว เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ สามารถปรับเอนนอนได้ 180 องศา เป็นการนำไปให้บริการกับผู้โดยสารในเที่ยวบินปกติ ไม่สามารถนำมาให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำได้ ดังนั้น จึงเหลือโบอิ้ง 747-400 ลำดังกล่าว ถึงแม้จะเป็นเครื่องบินลำใหญ่ มีที่นั่งมาก แต่เป็นเครื่องบินเก่า ปรับนอน 180 องศาไม่ได้ ไม่สามารถแข่งขันกับสายการบินอื่นได้ จึงนำมาให้บริการเช่าเหมาลำ” อุษณีย์ กล่าว
 

ประยุทธ์ย้ำประวิตรทำประโยชน์เพื่อชาติ ไม่ตั้งสอบ 

ขณะที่ วานนี้ (3 ต.ค.59) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีค่าใช้จ่ายกว่า 20 ล้านบาท ของคณะพล.อ.ประวิตร ว่า ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการใช้งบประมาณค่าเดินทาง เพราะเรื่องนี้โฆษกกระทรวงกลาโหมได้ชี้แจงรายละเอียดและความจำเป็นไปแล้ว รวมถึงเป็นการไปทำประโยชน์ให้กับประเทศไม่ได้ไปเที่ยวส่วนตัว อย่างไรก็ตามหากต้องการตรวจสอบให้ไปฟ้องร้อง ขออย่าเอาปัญหามาถามตน เพราะเป็นเรื่องที่มีหน่วยงานดูแลอยู่แล้ว
 
“ผมถามว่า 1.การไปประชุมเครื่องบินมีบินตรงหรือไม่ ไม่มีใช่ไหม จริงๆ แล้วขี้เกียจตอบแทน ไปฟังเขาตอบก็แล้วกัน 2.เขาไปทำประโยชน์หรือเขาไปเที่ยว การไปประชุมก็ต้องดูว่ามีกี่การประชุม ไปคนเดียวพออย่างนั้นหรือ การไปประชุมที่ต่างประเทศจะต้องมีหลายคณะ ก่อนที่ระดับผู้ใหญ่จะประชุมก็จะมีระดับล่างเขาประชุมก่อน อย่ามาจับผิดจับถูกในเรื่องเหล่านี้ ใครอยากฟ้องร้องก็ไปฟ้องร้องเอา ผมไม่ได้อารมณ์เสียอะไรทั้งสิ้น แต่อย่าเอาปัญหาเหล่านี้มาถาม อยากฟ้องก็ให้ไปฟ้องมา ไม่ใช่อยู่ดีๆ นายกฯจะไปฟ้องเรื่องนี้ ตรวจสอบเรื่องนั้น มันมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่อยู่แล้ว ก็ทำหน้าที่กันมาในทุกๆ เรื่อง ผมเองก็กำลังทำหน้าที่อย่างอื่นอยู่ หน้าที่การตรวจสอบการทุจริตไม่ใช่ไม่ทำ เราทำอยู่ แต่ก็มีกลไกเขาต้องทำขึ้นมาตามขั้นตอน จากนั้นผมก็ทำให้ ยุ่งมา 3 วันแล้วไอ้เรื่องนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
 

ย้อนรอย ประยุทธ์สั่งข้าราชการซี 10 นั่งเครื่องบินชั้นประหยัด

ขณะที่เมื่อย้อนไปเมื่อ 3 มี.ค. 2558 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งในที่ประชุม ครม.  ให้ทุกส่วนราชการพิจารณาความเหมาะสมของการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ หากกิจกรรมใดที่ไม่จำเป็นต้องเดินทาง ก็ให้ปรับลดลงให้เหมาะสม และอาจให้พิจารณาให้ผู้เชี่ยวชาญจากสาขานั้น เข้ามาบรรยายข้อมูลให้ผู้บริหารรับทราบแทนการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของหน่วยงานลง
 
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ผู้บริหารในระดับอธิบดีกรมที่เดินทางโดยเครื่องบินในเที่ยวบินภายในประเทศ ก็ให้พิจารณาปรับลดบัตรโดยสารจากชั้นธุรกิจ เป็นชั้นประหยัดแทน และหากเดินทางไปต่างประเทศก็ให้พิจารณาบัตรที่นั่งตามความเหมาะสม ส่วนระดับรองอธิบดี หากจะเดินทางทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ก็ให้เดินทางในชั้นประหยัดเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่า จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของหน่วยงานลงได้ และมีความเหมาะสม
 
โดยได้มอบหมายให้พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ ติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรมหาชนทุกองค์กร โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ว่ามัหลักเกณฑ์การดำเนินงาน มีงบประมาณ และขั้นตอนการอนุมัติต่างๆ เป็นอย่างไร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในขั้นตอนการดำเนินงาน ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และเป็นที่เชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น