วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

จตุพร ปลอบผู้รักประชาธิปไตย ท่านไม่ได้แพ้ แต่อยู่ในสงครามที่ไม่มีสิทธิ์รบชนะ


นปช. แถลงรับผลประชามติ ชี้เแพ้เพราะกติกา ปลอบผู้รักประชาธิปไตย ท่านไม่ได้แพ้ แต่ท่านอยู่ในสงครามที่ไม่มีสิทธิ์รบชนะต่างหาก ซัดรธน.ใหม่จะสร้างความขัดแย้งครั้งใหญ่
7 ส.ค. 2559 จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.พร้อมแกนนำ นปช. ร่วมกันแถลงถึงผลคะแนนประชามติอย่างไม่เป็นทางการ ว่า พวกตนติดตามการทำประชามติตั้งแต่ต้น รู้ทั้งรู้ว่าเป็นกติกาที่ยากจะได้รับชัยชนะ แต่ก็ยังกล้ำกลืนต่อสู้ เมื่อผลลัพธ์ออกมา พวกตนก็มีจิตใจเป็นนักกีฬาเพียงพอ แม้เป็นเรื่องยากหลังจากนี้ เราจะทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทย ขอฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า แม้วันนี้ดูเหมือนท่านจะชนะ แต่เป็นชัยชนะที่ไม่น่าภาคภูมิใจ เพราะผู้แพ้ไม่ได้มีโอกาสเช่นเดียวกับท่าน
 
ส่วนภาพรวมการนับคะแนนหลายหน่วยนั้น จะเห็นได้ชัดว่า ไม่มีการเข้าไปสังเกตการณ์ มีเพียงเจ้าหน้าที่นับคะแนน 1-2 คน ดูกันเอง สถานการณ์ทั้งหมดอยู่ในสภาพนี้ แต่เราไม่ได้มีพฤติการณ์เป็นพวกขี้แพ้ขวนตี ค่ำคืนนี้ คสช.อาจจะมีความสุข แต่แน่นอนคำถามพ่วง เราจะมี ส.ว.แต่งตั้งไปเลือกนายกฯ เราจะได้นายกฯ คนนอก ส.ส.ที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดนกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่หน่วยของนายชวน หลีกภัย ใน จ.ตรัง ไม่มีเหตุผลตามหลักคณิตศาสตร์ พรรคการเมืองทุกพรรคไม่มีใครรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ผลลัพธ์สวนทางกันหมด เมื่อคะแนนสวนทางกับความตั้งใจ เราก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะโวยวาย
 
จตุพร กล่าวว่า ตนไม่ต้องการให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย มีความรู้สึกเสียขวัญและพ่ายแพ้ ท่านไม่ได้แพ้ แต่ท่านอยู่ในสงครามที่ไม่มีสิทธิ์รบชนะต่างหาก ท่านไม่ได้พ่ายแพ้ แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ก็ยังเป็นประชาชนเหมือนเดิม ตนขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ร่วมทุกข์กัน ในช่วงการทำประชามติ คืนนี้ขอให้คสช.นอนหลับอย่างอบอุ่นและสบาย
 
"ผมทราบว่าในวันที่ 8 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จะมีการแถลง ไม่ทราบว่าท่านจะคงศูนย์รักษาความสงบหรือไม่ เพราะจากนี้ไปคาดว่าจะมีคนไม่ยอมรับ ถ้าไม่มีการพบทุจริตก็ไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงคะแนนได้ วันนี้เราไม่เห็นแต่วันพรุ่งนี้เราอาจจะเห็น ซึ่งหากไม่มีเรื่องนี้เลยเราก็ต้องอยู่กันไป 20 ปี ไม่ใช่ก้มหน้ารับชะตากกรม แต่ต้องเชิดหน้ารับชะตากรรม" จตุพรกล่าว
 
ด้าน ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐธรรมนูญนี้หากเดินหน้าใช้จะนำไปสู่ปัญหาต่างๆ อีกมากมาย นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้ง แต่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน เราเคารพและพร้อมยอมรับการตัดสินใจของคนส่วนใหญ่ แต่ภารกิจการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่ยุติ และยังเดินหน้าต่อไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญโดยอำนาจเผด็จการ แล้วประชาชนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เคยเกิดขึ้นแล้วในปี 2550 และไม่ใช่ประเทศแรกที่อำนาจเผด็จการสามารถกำหนดผลประชามติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น