วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

กต.ยันใช้งบเพียง 132 ล้านหาเสียงชิงเก้าอี้คณะมนตรีความมั่นคง UN


1 ก.ค.2559 จากกรณีเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ลงคะแนนเสียงเลือกผู้ดำรงตำแหน่ง ประเภทสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC โดยในส่วนส่วนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคาซักสถานได้ 138 เสียง ขณะที่ไทยได้ 55 เสียง ทำให้คาซักสถานได้เป็นสมาชิกยูเอ็นเอสซีในสัดส่วนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (อ่านรายละเอียด)

วันนี้ (1 ก.ค.59) สำนักข่าวไทย รายงานว่า ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวถึงกรณีที่มีผู้กล่าวอ้างว่า กต. ใช้งบประมาณกว่า 600 ล้านบาท ในการหาเสียงชิงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)  โดยยืนยันว่ายังไม่เคยเห็นตัวเลขดังกล่าว และจากการตรวจสอบข้อมูลในกระทรวงก็ไม่พบตัวเลขดังกล่าวเช่นกัน
“เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง เพื่อสร้างความปั่นป่วน เพราะในข้อเท็จจริงมีการใช้งบประมาณเพียง 132 ล้านบาท อย่างเป็นประโยชน์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้” ดอน กล่าว
ดอน กล่าวว่า การแข่งขันหาเสียงมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะความมีเสถียรภาพของประเทศ ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาไทยมีปัญหาทางการเมืองมาโดยตลอด และบุคคลที่ออกมากล่าวอ้างเรื่องการใช้งบประมาณนี้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ก็ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ
นายดอน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีส่งผู้แทนไปชี้แจงต่อ บัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN)  ว่า เป็นการอธิบายให้ทราบและชี้แจงข้อสงสัยถึงสถานการณ์การบ้านเมืองไทย เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลได้รายงานสถานการณ์ของไทยให้เสมือนว่ามีสารพัดปัญหา ทำให้ UN เริ่มสนใจสถานการณ์ในไทย และย้ำว่าที่ผ่านมาไทยไม่เคยจำกัดสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะสื่อมวลชน แม้จะมีรัฐบาลที่จะมาจากการรัฐประหารก็ตามซึ่ง UN ก็เข้าใจ

ไพศาล ระบุสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ 600 กว่าล้าน ยิ่งลักษณ์ 400 กว่าล้าน

วันนี้ ไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Paisal Puechmongkol ในลักษณะสาธารณะ ระบุถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า ค่าใช้จ่ายเดินทางประสานงานแข่งเป็นสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติเท่าไหร่ ถ้านับแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ 600 กว่าล้าน ถ้านับจากสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 400 กว่าล้าน และถ้านับจากสมัยรับเวร 22 พ.ค.57 ก็ 120 กว่าล้าน
ขณะที่ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไพศาล โพสต์ถึงกรณีไทยพ่ายคาซัคสถานดังกล่าวด้วยว่า บทเรียนครั้งนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลนักการเมืองเริ่มไว้ก่อนถูกยึดอำนาจหลายปี และลงทุนหาเสียงมานานแล้ว รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  จำเป็นต้องแบกรับปัญหามากมายมาแก้ และรัฐบาลขี้ข้าฝรั่งก็หลงเชื่อว่า ฝรั่งจะล็อบบี้ให้ชนะคาซัคสถาน ขอว่าอย่าด่าผิดตัวละกัน โน่นต้องด่าพวกรัฐบาลนักการเมืองและพวกหน้าโง่แต่อวดดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น